เรื่องการเก็บภาษีบำรุงท้องที่ กรณี ที่ดิน สปก. (อีกครั้ง)
การเก็บภาษีบำรุงท้องที่ กรณี ที่ดิน สปก. ผมเคยแนะนำไว้ เมื่อวันที่23 มกราคม 2558 ว่า
ไม่สามารถเก็บได้ เนื่องจากแนวทางจากหนังสือหารือ ของกรมการปกครอง ดังนี้
มท0309-ว89455(ลงวันที่ 4 ก.ย.2522)การจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ของสำนักงานปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(สปก)
มท.0309-64271 (ลงวันที่ 4 มิ.ย. 2523) การเสียภาษีบำรุงท้องที่ในเขตปฏิรูปที่ดิน
มท 0310.3-2921(ลงวันที่ 19 ก.พ.2552) ราษฎรขอทราบข้อเท็จจริง (ขอใช้สิทธิ์เสียภาษี)
มท 0310.3-11407 (ลงวันที่ 1 มิ.ย.2553) หารือเสียภาษีบำรุงท้องที่(ตามมาตรา 6)
มท.0309-127013 (ลงวันที่ 12 พ.ย.2523) หารือการชำระภาษีบำรุงท้องที่ ในเขตปฏิรูปที่ดิน
เนื้อหา โดยสรุปว่าของหนังสือหารือทุกฉบับ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ ที่ดิน สปก. ถือเป็น ที่ดินของรัฐ ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องถิ่นตาม มาตรา8(2)
ยกเว้นที่ดิน สปก. ที่มีลักษณะเป็นการเช่า ที่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่
ต่อมาเมื่อประมาณ เดือนที่แล้ว ผมได้รับแจ้งว่า จากเพื่อนสมาชิกว่า จังหวัดพะเยา ได้หารือเรื่องการจัดภาษีบำรุงท้องที่กรณีที่ดิน สปก. ไป กรมการปกครอง อีกครั้ง
ซึ่ง กรมการปกครองก็ได้ตอบข้อหารือ ตามหนังสือ มท 0310.3-15304 (ลงวันที่ 17ส.ค.2558) เรื่อง หารือการจัดภาษีบำรุงท้องที่กรณีที่ดิน สปก.
คราวนี้ หนังสือหารือ ดังกล่าว กลับมีเนื้อหา โดยสรุปว่า ที่ สปก. หากประชาชนเป็นผู้ครอบครองหรือได้ทำประโยชน์ในที่ดิน สปก. ไม่ว่าจะได้รับเอกสารสิทธิ์ หรือไม่
ก็ไม่ได้รับการยกเว้นการภาษีบำรุงท้องถิ่นตาม มาตรา8(2)
ดังนั้น สรุป ณ เวลา นี้ ที่ สปก. หากประชาชนเป็นผู้ครอบครองหรือได้ทำประโยชน์ในที่ดิน สปก. ไม่ว่าจะได้รับเอกสารสิทธิ์ หรือไม่ ก็ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่
ปัญหา คือว่า
1.ที่ผ่านมา มีหลาย อปท. ปฎิบัติตามหนังสือหารือก่อนหน้านี้ ของกรมการปกครอง คือ ไม่เก็บภาษีบำรุงท้องที่ ที่ดิน สปก.
จะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
2.ประชาชนที่ไม่เคยเสียภาษีบำรุงท้องที่ เพราะ เจ้าหน้าที่ปฎิบัติตามหนังสือหารือก่อนหน้านี้ ของกรมการปกครอง
จะต้องเสียภาษีย้อนหลัง พร้อมเงินเพิ่ม ไม่เกิน 10 ปี จะมีปัญหาในการชำระภาษีหรือไม่
3.หนังสือหารือของ จังหวัดพะเยา มท 0310.3-15304 (ลงวันที่ 17ส.ค.2558) ดังกล่าว เป็นการตอบข้อหารือระหว่าง กรมการปกครองกับเทศบาลตำบลศรีถ้อย
ซึ่งไม่ใช่หนังสือเวียนให้ทราบทุก อปท. แต่เป็นการตอบข้อหารือระหว่าง 2 หน่วยงาน เท่านั้น จะถือเป็นแนวทางที่ อปท. ต้องปฏิบัติตามหรือไม่ และคำหารือดังกล่าว เป็นเพียงข้อหารือ จะชอบด้วยกฎหมาย และถูกต้องตาม มาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.ภาษีบำรุงท้องที่หรือไม่
ฝากไว้ ให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคน ได้คิดและนำปฏิบัติต่อไป
นายยุทธศักดิ์ พบลาภ
ประธานชมรมนักจัดเก็บรายได้
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย



