ที่ดินประเภทใด สามารถเก็บภาษีบำรุงท้องที่ได้???
735 ครั้ง - วันที่เผยแพร่ 24 กรกฎาคม. 2559, 14:24

ที่ดินประเภทใด สามารถเก็บภาษีบำรุงท้องที่ได้???

 

 มาตรา 6 ในพระราชบัญญัติบำรุงท้องที่ กล่าวว่า

 “ที่ดิน” หมายความว่า พื้นที่ดิน และให้หมายความรวมถึงพื้นที่ที่เป็นภูเขาหรือที่มีน้ำด้วย

“เจ้าของที่ดิน” หมายความว่า บุคคลหรือคณะบุคคลไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลซึ่งมีกรรมสิทธิ์

ในที่ดิน หรือครอบครองอยู่ในที่ดินที่ไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน
 

อันอธิบายความว่า คือ ที่ดินที่ไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน ก็คือ "ที่ดินของรัฐ"  อันได้แก่

1.ที่ดินของรัฐและใช้ในประโยชน์ของรัฐ

2.ที่ดินของรัฐแต่นำไปหาผลประโยชน์จากประชาชน

3.ที่ดินของรัฐที่ออกเป็นกรรมสิทธิ์ให้ประชาชนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือครองครอง

4.ที่ดินของรัฐที่ให้ประชาชนครองครองหรือเข้าทำประโยชน์ แต่ไม่ได้ยกกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ์ครอบครองให้ประชาชน

5.ที่ดินของรัฐที่ถูกประชาชนบุกรุกหรือเข้าครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต (ผิดกฎหมาย)

 

ดังนั้นที่ดิน ตามเก็บภาษีบำรุงท้องที่ได้ คือที่ดินตาม ข้อ 2 และ ข้อ 3 ซึ่งอธิบายความต่อได้ว่า

***ที่ดินของรัฐ ที่นำไปหาผลประโยชน์ เช่น

-ที่ราชพัสดุให้ประชาชนเช่า

-ที่ สปก.ให้ประชาชนเช่า

-ที่ส่วนราชการ ที่ให้ประชาชนเช่า

 

***ที่ดินของรัฐที่ออกเป็นกรรมสิทธิ์ให้ประชาชนเป็นเจ้าของ

ก็คือ เอกสารสิทธิ์ที่ในดินต่างๆ ซึ่งที่สามารถเก็บภาษีบำรุงท้องที่ได้ มีดังนี้

1.โฉนดที่ดิน ให้รวมถึง โฉนดแผ่นที่ โฉนดตราจอง และตราจองที่ตราว่า "ได้ทำประโยชน์แล้ว" โฉนดที่ดิน

(น.ส.4 จ.) และหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง(น.ส.ล.)

2.หนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3) 

3.หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)

4.แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1)

 

 

ส่วนที่ดิน ไม่สามารถเก็บภาษีบำรุงท้องที่ได้ เช่น

-ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 

-ที่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ 

-ที่สปก.ที่รัฐให้ประชาชนเข้าทำประโยชน์ เช่น สปก4-01
 

หมายเหตุ ที่สปก.จะสามารถเก็บภาษีได้กรณีเดียวเท่านั้น คือ ที่สปก.ที่รัฐให้เช่า ซึ่งต้องมีสัญญาเช่า

จาก สนง.ปฏิรูปที่ดิน มายืนยัน
 

นอกจากนี้ยังมีที่ดินที่ได้รับยกเว้น ตามมาตรา 8 ที่เจ้าของที่ดินไม่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่สำหรับที่ดิน ดังต่อไปนี้

(1) ที่ดินที่เป็นที่ตั้งพระราชวังอันเป็นส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน

(2) ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือที่ดินของรัฐที่ใช้ในกิจการของรัฐหรือสาธารณะ โดยมิได้หาผลประโยชน์

(3) ที่ดินของราชการส่วนท้องถิ่นที่ใช้ในกิจการของราชการส่วนท้องถิ่นหรือสาธารณะ โดยมิได้หาผลประโยชน์

(4) ที่ดินที่ใช้เฉพาะการพยาบาลสาธารณะ การศึกษา หรือการกุศลสาธารณะ

(5) ที่ดินที่ใช้เฉพาะศาสนกิจศาสนาใดศาสนาหนึ่งที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของวัด ไม่ว่าจะใช้ประกอบศาสนกิจศาสนาใดศาสนาหนึ่งหรือไม่ หรือที่ศาลเจ้า โดยมิได้หาผลประโยชน์

(6) ที่ดินที่ใช้เป็นสุสานและฌาปนสถานสาธารณะโดยมิได้รับประโยชน์ตอบแทน

(7) ที่ดินที่ใช้ในการรถไฟ การประปา การไฟฟ้าหรือการท่าเรือของรัฐหรือที่ใช้เป็นสนามบินของรัฐ

(8) ที่ดินที่ใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินอยู่แล้ว

(9) ที่ดินของเอกชนเฉพาะส่วนที่เจ้าของที่ดินยินยอมให้ทางราชการจัดใช้เพื่อ สาธารณประโยชน์ โดยเจ้าของที่ดินมิได้ใช้หรือหาผลประโยชน์ในที่ดินเฉพาะส่วนนั้น

(10) ที่ดินที่เป็นที่ตั้งที่ทำการขององค์การสหประชาชาติ ทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ หรือองค์การระหว่างประเทศอื่น ในเมื่อประเทศไทยมีข้อผูกพันให้ยกเว้นตามอนุสัญญาหรือความตกลง

(11) ที่ดินที่เป็นที่ตั้งที่ทำการของสถานทูต หรือสถานกงสุล ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักถ้อยทีถ้อยปฏิบัติต่อกัน

(12) ที่ดินตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

 

 

***มีคำถาม จากเจ้าพนักงานจัดเก็บฯ ที่ถามว่าเคยเก็บภาษีมาทุกปี จะเก็บต่อได้ไหม หรือ ถ้าไม่เก็บจะทำให้

ไม่มีรายได้เข้าท้องถิ่นทำอย่างไร

ผมก็ไม่อาจจะตอบแทนท่านได้ว่าจะทำเช่นไร ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของท่าน ว่าจะทำให้การเก็บภาษีบำรุงท้องที่

ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

แต่ให้พึ่งระลึกไว้ว่า มาตรา 44 แห่ง พ.ร.บ.ภาษีบำรุงท้องที่ กล่าวว่า ผู้ใดเสียภาษีบำรุงท้องที่โดยไม่มีหน้าที่

ต้องเสีย หรือเสียเกินกว่าที่ควรต้องเสีย ผู้นั้นมีสิทธิได้รับเงินคืน

นั่นหมายความว่า ท่านกำลังเก็บภาษีจากผู้ที่ไม่มีหน้าที่เสียภาษี

แล้วถ้าเป็นท่านเองล่ะ ถ้ารู้ว่าตัวเองไม่ต้องเสียภาษีท่านยังอยากจะเสียอีกหรือไม่

เจ้าพนักงานจัดเก็บ หลายคนอาจจะบอกว่า ก็ประชาชนอยากเสียภาษีเอง

ใช่ครับ ก็เพราะเขาต้องการนำเอกสารใบเสร็จรับเงินที่เสียภาษีนี้ไปใช้เพื่อแสดงความเป็นเกษตรกร หรือแสดง

ความเป็นเจ้าของที่ดินในอนาคต หรือเอาไปกู้ยืม

และ เจ้าพนักงานจัดเก็บฯหลายคน ก็หาวิธีแก้ปัญหาการที่ประชาชนไม่มีหน้าที่เสียภาษี แต่ต้องการเสียภาษี

ด้วยวิธีให้ประชาชนทำหน้าแจ้งความประสงค์ขอชำระภาษีเองทั้งที่รู้ว่าไม่มีหน้าที่เสียภาษีและให้ยินยอมงดเว้น

สิทธิ์เรียกร้องใดๆทั้งสิ้น

แต่ท่านหารู้ไหมว่า...ท่านกำลัง หาความยุ่งยากใส่ตัวเอง

เพราะประชาชน หลายคน นำเรื่องที่ดินนี้ ขึ้นฟ้องศาล โดยใช้ ใบเสร็จรับเงินที่เสียภาษีนี้ไปยืนต่อศาล

พื่อขอออกโฉนดที่ดินหรือคดีพิสูจน์สิทธิ์ในที่ดิน หรือฟ้องร้องกรณีกูยืม ซึ่งศาลจะตัดสินอย่างไรไม่รู้

แต่ถ้ามีการสืบพยานในชั้นศาลเมื่อไร ท่านผู้เป็นออกใบเสร็จรับเงิน ก็คือ พยานปากเอกที่ต้องไปให้การใน

ชั้นศาล ถึงแม้ท่านจะบอกว่าทำหนังสือแสดงความประสงค์ขอชำระภาษีไว้แล้ว ท่านไม่ต้องรับผิดชอบ ก็ใช่

ถูกต้องแล้วที่ท่านไม่ต้องรับผิดชอบ แต่ความรับผิดชอบกับการเป็นพยานในคดีไม่เกี่ยวกัน เมื่อศาลเรียกให้

ท่านไปเป็นพยาน เพื่อสืบคดี ท่านก็ต้องไป ซึ่งศาลภาษีอากรกลาง มีที่เดียว คือ กรุงเทพมหานคร

ซึ่งยอมมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปเป็นพยานขอให้ท่านรู้เอาไว้ ท่านกำลังจะไปเป็นพยานในฐานะพยาน

ส่วนตัว ไม่ใช่พยานของรัฐ ไม่มีสิทธิ์เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการได้

(อันมีกรณีอุทาหรณ์สอนใจนี้เกิดกับเจ้าพนักงานจัดเก็บฯหลายคนมากแล้ว โดยประชาชนแจ้งให้ศาลเรียกไป

เป็นพยานในคดีพิสูจน์สิทธิ์ในที่ดินมาแล้ว ต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปเป็นพยานเอง)

 


***ฝากไว้ให้พิจารณาด้วยความหวังดี***

ยุทธศักดิ์ พบลาภ

ประธานชมรมนักจัดเก็บรายได้

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ช่อง Youtube ชมรม
เว็บไซต์ ชมรมจัดเก็บรายได้ อปท.
โปรแกรมทะเบียนทรัพย์สิน
เข้าโปรแกรม
**อยู่ระหว่างการพัฒนาโปรแกรม**
โปรแกรมแปลงรหัสชื่อ
แปลงรหัสชื่อ

**โปรแกรมแปลงรหัสชื่อเพื่อจัดทำข้อมูลเจ้าของทรัพย์สิน ในงานแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน**
รวม ลิงค์
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กระทรวงในประเทศ
เครือข่ายท้องถิ่นไทย
กระทู้ล่าสุด
สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์
วันนี้ :
7
เมื่อวาน :
7
สัปดาห์นี้ :
67
30 วันที่ผ่านมา :
254
ทั้งหมด :
63,446
ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร LTDT
รายการสินค้าในตะกร้า